หน้าเว็บ

งานขายเงินดี แต่ทำไมจึงไม่ชอบขาย


คิดว่าหลายคนคงจะรู้จักคำว่า อาชีพนักขาย หรืองานประเภทที่ต้องขายสินค้ากันพอสมควรนะ รู้ว่าอาชีพเหล่านี้ เป็นอาชีพที่ทำิเงินได้ดีพอสมควร หรือสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้สบายเลยและเร็วกว่าอาชีพอื่นๆ ด้วยซ้ำ ถ้าตั้งใจทำจริง ๆ ได้เงินดี ได้เงินเยอะ และได้เงินเร็ว

แต่...ทำไมคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงงานขาย(ที่ไ่ม่ใช่เป็นเจ้าของกิจการ) ที่ต้องออกไปพบปะผู้คน พูดคุยให้เขาเข้าใจสินค้าเพื่อให้ซื้อสินค้านั้นทีไร ต้องเป็นหลบหลีกหรือไม่อยากทำ ทั้งที่รู้่ว่าได้เงินดี มันมีเหตุผลหลายประการที่คนเราไม่อยากทำหน้าที่เป็นพนักงานขายหรือออกไปขายของ หรือหาลูกค้ามาซื้อสินค้า 

เหตุผลที่คนหลายคนไม่สนใจงานขาย

  • พูดไมเก่ง หลายคนมักใช้เหตุผลนี้เมื่อไม่อยากทำหน้าที่ขาย
  • ไม่รู้จักใคร เพราะการขายของส่วนใหญ่เริ่มต้นจากคนที่เรารู้จัก แนะนำให้เขาเข้ามาหาเราก่อนคนอื่นจะได้ตามเข้ามา
  • กลัวคนปฏิเสธ อันนี้ก็เห็นบ่อย เริ่มต้นได้นิดหน่อยพบคนไม่เอาด้วย ก็ใจเหี่ยวเลยเอามาบอกคนอื่นๆ ต่อว่าก็เขาคงไม่เอาของเราหรอก
  • คิดว่าสินค้าพวกนี้ไม่เหมาะกับเรา ไม่ใช่สไตล์เรา ทั้งที่รู้่ว่าสามารถทำกำไรได้ดีแต่ก็ไม่เอา 
  • ไม่พร้อม ไม่มีรถ ไม่มีร้าน ไม่ชอบเดินทาง
  • กลัวต้องลงทุน กล้วต้องเสียตังค์ 
และหลาย ๆ เหตุผล แต่ที่แน่ ๆ เท่าที่สัมผัสมา คนทำอาชีพนักขาย ส่วนใหญ่จะอยู่ได้สบาย มีเงินใช้ และเป็นงานที่อิสระกว่างานอื่นๆ มาก(นี่พูดถึงนักขายที่เป็นพนักงานบริษัท) ยิ่งเป็นนักขายอิสระ หรือคนที่จับเสือมือเปล่าอย่างพวกนายหน้ามืออาชีพ พวกฟรีแลนซ์ ซึ่งไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการทำยอดขายให้กับบริษัท ยิ่งสบายกว่า แต่ที่ต่างกันนิดหน่อยก็เรืองเงินเดือนเท่านั้น พวกอิสระจะไม่มีเงินเดือน

งานขายหรือหลายคนเรียกว่า เซลล์ ที่จริงมีหลายรูปแบบ อย่าคิดว่ามีแต่แบบที่ไปเดินเคาะประตูแล้วเสนอขายลูกเดียว 1)พนักงานขายแบบเคาะประตู อย่างนี้ก็แบบหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำอาชีพนักขาย เพราะจะได้ฝึกฝนวิทยายุทธได้ดีมาก เพราะเจออุปสรรคเยอะ แต่ได้ประสบการณ์สูง 2)ส่วนพวกที่อัพขึ้นมาหน่อย ก็เป็นพนังงานขายสินค้าตามหน่วยรถ ตระเวนไปทั่วตามเขตที่ได้มอบหมายเอาไว้แล้ว แต่ไม่ต้องแวะทุกบ้าน อันนี้ขายของเองแล้วต้องเก็บเงินกันเลย  3)ถัดมาหน่อยเป็นพนักงานขายดีลเลอร์ หรือพนักงายขายเครดิต อันนี้ก็มีลูกค้าเป็นเจ้าของร้าน หรือหน่วยงาน หรือองค์กร ขายของก็ไม่ต้องมีของติดตัวไปหรอก แค่ไปเสนอขาย ได้ออร์เดอร์มาก็ค่อยให้บริษัทจัดส่งไปให้อีกที เงินก็ไม่ต้องเ็ก็บเป็นเงินสด เพราะจะเน้นเป็นเชค หรือโอนเข้าบัญชีไป ไม่ต้องพกเงินให้ลำบากจิตใจ 4)มีอีกแบบคือ พนักงานขายโปรเจ็ค อันนี้เป็นงานชิ้นใหญ่ที่ต้องนำเสนอด้วยความสามารถรอบด้านจริง ๆ นานๆ จะไดู้ลูกค้า หรือลูกค้ามีให้เลือกน้อยราย แต่ถ้าได้สักงานก็อยู่ไปได้อีกนาน เพราะค่าตอบแทนค่อนข้างสูง และอีกหลายรูปแบบพนักงานขายที่ไม่ต้องนั่งอยู่สำนักงาน

แต่ก็มีงานขายอีกหลายแบบที่ต้องประจำอยู่กับที่ หรือนานๆ จะได้ออกไปขายข้างนอกกับเขาบ้าง นั่นคืองานขายหน้าร้าน อันนี้ต้องรอให้คนลูกค้าเดินเข้ามาหา แล้วค่อยเสนอขาย แม้จะไม่อิสระมากนัก แต่ก็แลกเปลี่ยนกับการต้องเดินทางออกไปหาลูกค้าเอง เพราะคนที่เข้ามาในร้านส่วนใหญ่แล้วตั้งใจมาหาสินค้าอยู่แล้ว มีความต้องการชัดเจนจึงได้เข้ามาหาของ นั่นคือหนทางที่จะให้พนักงานขายประเภทนี้ปิดการขายได้บ่อยและง่ายกว่าการไปเสนอขายข้างนอก


นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องการทำอาชีพขายสินค้า แล้วนอกนั้นก็มีอีกหลายรูปแบบที่พัฒนามาจากอาชีพนักขายแบบปกติธรรมดาที่กล่าวมาแล้วข้ืางต้น แ่ต่ที่มันเปลี่ยนก็เปลี่ยนเฉพาะวิธีการเท่านั้น ส่วนหลักการ พนักงานขายแบบไหน ๆ ก็ใช้หลักการเดียวกัน ต้องมีการนำเสนอสินค้าให้คนรู้จัก แล้วทำไงให้คนเขาซื้อสินค้า (คือการเปิดการขาย และปิดการขาย) เพราะผลสุดท้ายก็เอากันที่เรื่องของการขายสินค้าได้เท่านั้น และอีกอย่างทำกำไรได้หรือไม่ ถ้าขายแล้วเสมอทุนหรือขาดทุน ก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น